ตอนอายุ 10 ขวบชอบปีใหม่มาก
เพราะไปร้องเพลงปีใหม่ตามบ้านแล้วได้เงินจากวงเหล้าฉลองปีใหม่
 
เงินสิบบาทเป็นธนบัตรสีน้ำตาล เมื่อ พ.ศ. 2529
สามารถซื้อหนังสือการ์ตูนโดราเอมอนได้ 1 เล่ม
หรือไม่ก็หวานเย็นหลากสีได้ตั้ง 10 อัน
 
อดีตที่มีความสุขมักหอมหวานเสมอ
ทำให้เราอิ่มเอมในหัวใจทุกครั้งที่ 'คิดถึง' มัน
 
กาลเวลาผ่านมา 25 ปี ณ ปัจจุบัน พ.ศ. 2554
เด็กในร่างผู้ใหญ่ที่ภายนอกเขาเรียกว่า 'แก่'
เนื้อหนังภายนอกก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา
แต่หัวใจของ 'เด็ก' ซุกซน ยังคงวิ่งเล่นภายในใจเสมอ
 
เด็กน้อย, ที่บางทีก็นั่งเล่นกับมดหน้าบ้าน
หรือ ยังคงชอบนั่งมองภูเขาจรดท้องฟ้าได้ทั้งวัน
 
แม้แต่ .. แอบร้องไห้ในหลายครั้ง
กับเวลาที่โดนโชคชะตาชีวิต 'รังแก' ไม่หยุดเสียที
 
 
...............................................................................
 

ภายนอกทุกคนรอบตัวต่างคาดหวังต่อความเป็น 'ผู้ใหญ่'
แต่ที่สุด, ใครจะมองอย่างไร ผมไม่รู้
 
ที่ผมรู้ ก็คือ ผมก็แค่ 'เด็กที่โตกว่า' วัยรุ่นไปหน่อย
ที่ก็ยังอยากเล่น อยากสนุก อยากได้รับความรัก
และก็อยากพักในที่ที่อบอุ่น ทุกครั้งที่ 'เหนื่อย' กับทุกก้าวของชีวิต
 
 
ตอนเด็ก อยากโตเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ
เพราะคิดว่า เราคงมีอิสระที่จะทำและโบยบินไปไหนได้ตามใจ
 
แต่เมื่อได้ล่วงรู้ 'ความทุกข์' ของชีวิตที่เติบใหญ่
หัวใจที่เคยพองโตก็ห่อเหี่ยว
 
แต่เวลามันถอยกลับไปไม่ได้
มีแต่เดินหน้าเข้าหาแล้วก็ก้าวต่อไป
 
หลายชีวิตจึงสลัดทิ้งความเป็นเด็ก
และสวมทับจิตวิญญาณใหม่
ที่ต้องเข้มแข็ง อดทน สู้ชีวิต ทุกอย่างต้องลิขิตมันขึ้นมาเอง
 
ห้ามท้อ ห้ามแท้ ห้ามบ่น
ต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีหน้าที่ มีหน้ามีตา
 
ถึงเวลาอ่อนแอพ่ายแพ้ ห้ามร้องไห้
ถึงเวลาโกรธเกลียด ห้ามระเบิดพุ่งมันออกมา
 
 
...............................................................................
 
 
น่้าเศร้าที่เราเรียนรู้กันแบบนั้น
ทั้งที่ 'สวรรค์' มอบน้ำตาและเสียงร้องไห้
เพื่อเป็นน้ำและเสียงปลอบประโลมหัวใจที่อ่อนล้า
 
แต่ 'ผู้ใหญ่' ตีค่าราคาของน้ำตาว่าเป็นความอ่อนแอ
แล้วไงหละ ?
 
ชีวิตที่หนักอึ้ง จึงเริ่มสะสมและกดทับลงในจิตใจ
วันแล้ววันเล่า
 
หัวใจก็เหมือนแก้ว แม้จะแข็งแรง แต่ก็มีวันแตกเพล้งได้
แตกแล้ว แตกเลยในพริบตาเสียด้วย
 
หลายชีวิตจึงลงเอย ด้วยการพรากชีวิตตนเอง
หรือไม่ก็พรากคนรอบข้างไปกับตัวเองด้วย .. ก็มี
บางคนไปจบที่โรงพยาบาลบ้า
บางคนหนีโลกไปบวชตลอดชีวิต
 
แต่อีกหลายชีวิตอยู่อย่างทุกข์ระทม
เพื่อต้องแบกภาระไว้บนบ่าในฐานของคำว่า 'ผู้ใหญ่'
งาน - เงิน - ชีวิต - ครอบครัว - ความรัก
 
 
...............................................................................
 
 
ผมเคยพยายามวิ่งแข่งให้ทันกับความเป็น 'ผู้ใหญ่'
แต่ที่สุดก็พบว่า .. เด็กน้อยในหัวใจของผม วิ่งแซงหน้าไปนั่งยิ้มรอที่ปลายทางก่อนแล้ว
 
ไม่มีประโยชน์ที่ผมจะต้องวิ่งให้ทันมันอีกต่อไป
ผมปลดภาระชีวิตลง แล้วเลือกเฉพาะที่จำเป็นเพื่อเอาติดตัวไป
 
ตัวผมเบาขึ้น , เด็กน้อยคนนั้นกลับมายิ้มให้ผม
ผมได้มองเห็น 'ความสวยงามของชีวิต' ระหว่างทางที่เดินไป
 
ผมมีเวลาเหลืออีกมาก ระหว่างทางก่อนสิ้นสุดชีวิต
ผมได้เห็น ได้สัมผัส ความเป็นจริงของชีวิต
มันธรรมดาและเรียบง่าย ..
ไม่มีอะไรมาก แต่ก็มีความสุขอย่างเหลือล้น
 
ไม่ใช่อย่้างคนที่หลุดโลกเข้าไปในธรรมแห่งศาสนา
ไม่ใช่คนขวางโลกที่เป็นตัวของตัวเอง .. จนไม่แคร์ใคร
 
"เหนื่อยกันบ้างไหม"
ผมอยากถามกับหลายๆ ชีวิตที่วิ่งลากภาระชีวิตที่สร้างขึ้น
และกับอีกหลายคนที่ผมเห็นเขาล้มลงและครวญคราง
อีกหลายชีวิตที่ยังคงพยายาม 'แข่ง' กับมาตรฐานสังคม
 
เหนื่อยกันบ้างไหมครับ .. ที่รัก

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มีใครเเก่เกินไปกับเรื่องเเบบนี้หรอกค่ะ
ไม่ว่าจะโตเเึค่ไหน เราก็ยังขาดความสุขเล็กๆน้อยๆเเบบนี้ไปไม่ได้ ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็เหอะ ถ้ามันเป็นความสุขเเล้วไม่เบียดเบียนใครก็ทำต่อไป ไม่เสียหาย big smile
Hot! Hot! Hot!

#2 By MonAme :D on 2011-11-05 00:21

This article is written in,I was looking for the information.Thank you and your share this articl at here.
Cheap Air Jordan Shoes air jordan shoes sale
Cheap Moncler moncler mens jackets
Cheap women moncler Cheap Men Moncler
Moncler Jackets Moncler Jackets sale
Moncler Sweater Sale Mens Moncler Sweater
http://www.cheapmonclers2u.com

#1 By nono on 2011-11-04 13:38